วันอังคาร ที่ 13 เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2561 เวลา 23:03:02 จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ 11973493 ครั้ง
** ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซด์ข่าวสารส่วนภูมิภาคที่ทันเหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง **
ชลบุรี
ดูหนัง
ฟังเพลง
  แกรมมี่
บริการข้่อมูลด
  ตรวจผลสลากกินแบ่ง
  ตรวจผลสลากออมสิน
  รหัสไปรษณีย์ไทย
  ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
เวปไซต์ น่าสนใจ
ดูทีวีออนไลน์
  หลากหลายช่อง (เลือก
หนังสือพิมพ์
  คมชัดลึก
  ข่่าวสด
  บ้านเมือง
  แนวหน้า
  ไทยโพสต
  ฐานเศรษฐกิจ
  ประชาชาต
  ข่าวย่อย
 

           บ้านสุขาวดียังแก้ไม่จบ! ล่าสุดตรวจพบสร้างประตูเหล็ก-จอดรถกีดขวางทางสาธารณะบ้านสุขาวดียังแก้ไม่จบ! ล่าสุดตรวจพบสร้างประตูเหล็ก-จอดรถกีดขวางทางสาธารณะ เมืองพัทยาเร่งลงพื้นที่ ประสานฝ่ายปกครอง ตำรวจ ดำเนินคดี ก่อนชงเรื่องเสนอฝ่ายบริหารสั่งรื้อถอน ขณะที่ปัญหาตั้งวางสิ่งของบนทางเท้า อาคารที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตรอครบกำหนดยืนยันเดินเครื่องเต็มสูบ


เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 61 นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเมืองพัทยา กลุ่มกฎหมาย และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณถนนสาธารณะทางเข้า “บ้านสุขาวดี” ภาย ในซอยสุขุมวิท 8 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บ้านสุขาวดี หลังได้รับแจ้งจากว่าที่ผ่านมาหลังจากที่เมืองพัทยาออกคำสั่งให้ทำการรื้อถอนอาคารที่กีดขวางทางสาธารณะขนาด 6x150 เมตร ที่ทะลุผ่านเข้าไปในบ้านสุขาวดี เพื่อเปิดทางให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งทางบ้านสุขาวดีได้ทำการรื้อถอนไปแล้ว แต่ปรากฏว่าหลังมีการรื้อถอนและจัดทำถนน ค.ส.ล.แล้วเสร็จ กลับมีการจัดสร้างประตูเหล็กบานพับ และนำรถบัสโดย สารขนาดใหญ่มาจอดกีดขวางทางสาธารณะไว้

ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีรถบัสโดยสารขนาดใหญ่จำนวน 2 คัน จอดกีดขวางทางสาธารณะที่มีแนวประตูเหล็กปิดกั้นไว้ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางละมุง ดำเนินการเปรียบเทียบปรับฐานจอดรถกีดขวางทางจราจรในพื้นที่สาธารณะ ขณะที่ประตูเหล็กพานพับที่จัดสร้างไว้ กรณีดังกล่าวหากมีการปิดประตูขวางไว้ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือประสานให้ทำการรื้อถอน พร้อมเสนอไปยังฝ่ายบริหารเมืองพัทยาเพื่อดำเนินตามกฎหมายขั้นตอนของ รวมไปถึงเชือกแขวนโคมไฟระย้าที่แขวนขวางไว้ระหว่างอาคารคร่อมแนวถนนสาธารณะนั้นก็ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะ อาด กรณีวางแขวน สิ่งของกีดขวางทาง ซึ่งจะได้ทำบันทึกเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำการรื้อถอน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

ขณะที่กรณีของการจัดวางสิ่งของประเภทหญ้าเทียม โต๊ะ เก้าอี้ บนแนวทางฟุตปาธริมทะเลด้านหลังบ้านสุขาวดี ที่เคยประสานให้ดำเนินการแก้ไข และเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้วนั้น ปัจจุบันเมืองพัทยาได้แจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ก่อนรอส่งเรื่องฟ้องร้องต่อไป อย่างไรก็ตามจะมีการทำบันทึกถึงนายกเมืองพัทยาในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ที่จะใช้อำนาจในการดูแลพื้นที่สาธารณะมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องลงมาแก้ไขอีกชั้นหนึ่ง เนื่องจากมองว่าเป็นการตั้งวางสิ่งของกีดขวางทางเท้า ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดด้วยเช่นกัน

ด้าน นายวิเชียร พงษ์พานิช รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่าสำหรับการดำเนินการรื้อหญ้าเทียมและอุปกรณ์ต่างๆที่ทางบ้านสุขาวดีได้มีการนำมาปูกีดไว้บนทางเท้านั้น ขณะนี้ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ทั้งนี้จากการรายงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบว่าสิ่งที่นำมาปูนั้นไม่ถือเป็นสิ่งปลูกสร้าง และเมืองพัทยาสามารถรื้อถอนออกได้ทันที ซึ่งหากทางบ้านสุขวดีไม่ยอมรื้อออกไปทางเมืองพัทยาก็จะดำเนินการเอง โดยจะทำเรื่องเสนอต่อผู้บริหารอีกครั้ง

ขณะที่การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพราะได้รับรายงานจากนายตรวจเขตเมืองพัทยาว่าทางบ้านสุขาวดีมีการทำรั้วประตูเหล็กปิดทางเข้าออกทางถนนสาธารณะ พร้อมกับมีการนำรถบัสโดยสารขนาดใหญ่มาจอดกีดขวางจนประชาชนไม่สามารถสัญจรไปมาได้สะดวก ซึ่งเบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ทำการออกใบ สั่งเปรียบเทียบปรับ และหลังจากนี้เมืองพัทยาก็จะแจ้งความโทษฐานปิดทางสาธารณะซึ่งเป็นทางสัญจรไป

ส่วนอาคารที่มีการก่อสร้างโดยไม่รับอนุญาต ซึ่งเป็นอาคารโครงเหล็ก 1 ชั้นขนาดประมาณ 25× 61 เมตร จำนวน 1 หลัง และป้ายขนาดประมาณ 07.00 × 09.00 เมตร จำนวน 2 ป้าย ที่เมืองพัทยาได้มาปิดป้ายประกาศขนาดใหญ่ ระบุข้อความว่าเป็นที่สาธารณะประโยชน์ โดยผู้ใดบุกรุกหรือครอบครอง ถือเป็นการกระทำความผิดฐานเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ต้องระวางโทษตามที่ประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดไว้ และขอให้ดำเนินการรื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างบนที่สาธารณะแห่งนี้ ก่อนจะทำการปิดหมาย ค.7 หรือหมายคำสั่งรื้อถอนอาคารตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กรณีก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร กระทำการโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ไปแล้ว โดยมีการนำเชือกมาปิดกั้นห้ามใช้อาคารจนกว่าจะแก้ไขให้แล้วเสร็จ แต่ปรากฏว่าปัจจุบันมีการรื้อทำลายอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงหมายคำสั่งออกไปจนหมด ซึ่งในส่วนนี้เมืองพัทยาก็จะมีการแจ้งความดำเนินคดีในฐานทำลายทรัพย์สินทางราชการ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการหาผู้กระทำความผิดต่อไป

ทั้งนี้ในส่วนของหมายคำสั่งที่ให้มีการรื้อถอนอาคารนั้นแม้จะมีการทำลายคำสั่งไปแล้วแต่หากครบระยะเวลาที่กำหนด 45 วันหลังวันประกาศซึ่งนับจากวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 ซึ่งพบว่าไม่มีการอุทธรณ์คำสั่งมีเพียงหนังสือขอผ่อนผันซึ่งไม่เข้าข่ายเพื่อให้ชะลอหรือระงับการดำเนินการ จึงถือว่าหากครบกำหนดตามเวลาที่กำหนดและยังไม่มีการรื้อถอนอาคารดังกล่าวออกแต่อย่างใด เมืองพัทยาก็จะเข้ามาดำเนินการตามขั้นตอนทันที ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและเมืองพัทยาจะไม่เลือกปฏิบัติหากพบว่ามีการกระทำผิด ซึ่งการกระทำผิดนั้นคงจะไม่มีการยกเว้น แม้เจ้าของอาคารจะมีฐานะใดก็ตามเพราะถือว่าหากกระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการในบรรทัดฐานเดียวกันทุกภาคส่วนไม่มีการละเว้นแต่อย่างใดแต่อย่างใด


นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี เมืองพัทยา

 

หนังสือพิมพ์ อีเล็กทรอนิก ชลบุรีนิวส์.คอม www.chonburinews.com
เลขที่ 18/8 หมู่ 3 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110
E-Mail : voonvaytv9@hotmail.com, voonvaytv9@gmail.com โทร. 086 - 8153232 , ( 038 ) 772887 แฟกซ์ ( 038 ) 327975
Webmaster by mernsai@gmail.com Tel 088 - 2200219 All site contents copyright © 2008